ทำไมอายุครรภ์มากกว่า 5 เดือนจึงมีความเสี่ยงมากในการทำแท้ง


มีน้องๆ หลายคนเขียนมาบอกว่า อายุครรภ์มากกว่า 5 เดือนแล้วต้องการทำแท้ง

พี่อ่านแล้วก็เข้าใจในปัญหามากๆ เลยว่า ไม่กล้าบอกพ่อแม่, แฟนไม่รับผิดชอบ, มีลูกอยู่แล้วสองคน, หรือบางคนก็พยายามใช้ยาในอายุครรภ์น้อยๆ ก่อนหน้านี้แต่ไม่ออก

ขอให้ข้อมูลว่า ถ้าเราพยายามใช้ยาเองในอายุครรภ์มากกว่า 5 เดือน มีอันตรายสำหรับตัวเรา และ ตัวอ่อนนะคะ

1. อันตรายสำหรับตัวเราเอง 

เอาตัวเราก่อนเนอะ

ประเด็นก็คือ อายุครรภ์มากๆ ตัวอ่อนก็ใหญ่ขึ้น ถ้าใครอยากรู้ว่าตัวอ่อนจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนในแต่ละสัปดาห์ ขอให้เข้าไปดูในเว็บไซต์นี้ได้

http://pregnant.thebump.com/pregnancy/pregnancy-tools/articles/how-big-is-baby.aspx?MsdVisit=1

มันเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็มีรูปให้ดู และบอกขนาด เป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ที่น้องก็เข้าใจได้

ที่ชอบเว็บไซต์นี้เพราะ รูปที่เค้านำมาเปรียบเทียบกับขนาดนั้นจะเป็นรูปผัก ผลไม้ ซึ่งทำให้ดูไม่น่ากลัว ไม่ทำให้เราจิตตก (ไปมากกว่านี้)

ถ้าใครคลิกเข้าไปดูแล้วก็จะเห็นว่า ในอายุครรภ์ 4 สัปดาห์นั้น ตัวอ่อนจะมีขนาดเล็กกว่าเม็ดงา คือ ยังมีลักษณะเป็น cygote คือเซลล์หลายๆเซลล์ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แต่พอถึง 5 เดือน คือ 20 สัปดาห์นั้น ตัวอ่อนจะมีขนาดประมาณ 6.5 นิ้ว โดยประมาณ คือ อาจจะเท่ากับกล้วยหอมตามภาพที่นำมาแสดงให้ดู

ในอายุครรภ์นี้ ตัวอ่อนจะมีพัฒนาการหลายด้าน รวมทั้งมีปอดที่ทำงานได้แล้ว ดังนั้น ในอายุครรภ์นี้ หรือ มากกว่านี้ เมื่อเราพยายามยุติการตั้งครรภ์ โดยการซื้อยามาใช้เองที่บ้าน ผลที่ได้อาจจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด คือ ตัวอ่อนออกมาแล้วจะหายใจ และ อาจจะร้อง (ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้นยิ่งมีสิทธิที่จะร้องมากขึ้น) ซึ่งถ้าคุณไปยุติการตั้งครรภ์กับแพทย์ เมื่อถึงสถานการณ์นี้ แพทย์จะไม่มีทางเลือกอะไร แต่จะต้องนำเข้าตู้อบสถานเดียว และ พยายามเลี้ยงให้รอด

ถ้าคุณทำเองที่บ้าน คุณอาจจะต้องเผชิญสถานการณ์ดังกล่าว และ อาจจะคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี

ถ้าคุณนำส่งแพทย์ ก็จะเข้าตู้อบค่ะ

ถ้าคุณไม่นำส่ง …. นี่อาจจะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่คุณต้องพิจารณาให้ดีทีเดียว

 

นอกจากนั้น ในอายุครรภ์ขนาดนี้ ที่ตัวอ่อนมีขนาดใหญ่แล้ว คุณอาจจะต้องเผชิญกับอีกหลายเรื่อง เช่น การตกเลือด รกไม่คลอด (ซึ่งห้ามตัดสายรกเด็ดขาด จะทำให้คุณตกเลือดทันที และห้ามดึง ห้ามกดด้วยค่ะ เพราะอันตรายมาก) ในจุดนี้ คุณจะต้องได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ และต้องมีอุปกรณ์ที่สะอาด ที่จะสามารถช่วยเหลือคุณได้นะคะ ถ้ามีปัญหา ณ จุดนี้ คุณจะต้องรีบพบแพทย์ค่ะ เพราะอันตรายถึงชีวิต

 

2. อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวอ่อน

ถ้าเด็กคลอดก่อนกำหนด จะเจอปัญหามากในอนาคตค่ะ ถ้าเข้าตู้อบแล้วเลี้ยงรอด เช่นปัญหาด้านพัฒนาการต่างๆ รวมถึงสติปัญญา ระบบประสาท และ สายตา ดังนั้น ไม่แนะนำให้คุณทำเองแล้วเสี่ยงต่อเรื่องแบบนี้นะคะ เพราะจะกลายเป็นสิ่งที่ติดตัวเขาตลอดชีวิต

 

ถ้าคุณคิดว่าท้องมากกว่า 5 เดือนแล้ว ไม่สามารถเอาไว้ได้จริงๆ ขอให้รีบติดต่อมูลนิธิสหทัยนะคะ

เค้าจะช่วยได้เรื่องบริการรับบุตรบุญธรรมค่ะ

มีพ่อแม่อีกหลายคู่ที่ต้องการมีบุตร แต่ไม่สามารถมีได้

สหทัยมูลนิธิก็เป็นสถานที่ที่มั่นใจได้เรื่องการเก็บรักษาความลับ ความเข้าอกเข้าใจ และ ยินดีในการให้บริการค่ะ

ติดต่อ สหทัยมูลนิธิ 02-3818834-6 หรือ 02-392 9397 ค่ะ

 

ด้วยความหวังดี

ชมพู่

 

อายุน้อยกว่า 18 จำเป็นต้องทำแท้ง


ถ้าน้องมีอายุน้อยกว่า 18 และเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ทางออกคืออะไรบ้าง

1. ตรวจสอบอายุครรภ์ก่อน โดยการใช้เครื่องมือนี้ เราต้องพยายามนึกว่ามีเมนส์ครั้งสุดท้ายวันที่เท่าไหร่ จึงจะใช้เครื่องมือนี้ได้ค่ะ

https://www.womenonweb.org/th/pregnancy-calculator

2. ให้คิดเสมอว่าขีวิตของเราเอง เราเป็นคนกำหนด จะทำให้มันดีหรือเลวก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา

และมีแต่ตัวเราเท่านั้นที่่ช่วยตัวเองได้ ตั้งสติให้มั่นคงและพยายามแก้ไขปัญหา

3. ถ้าน้องยังตัดสินใจไม่ตกว่าจะยุติการตั้งครรภ์ดีหรือไม่ ให้คิดสองอย่าง

1) ถ้าเราตั้งครรภ์ต่อ ชีวิตจะเป็นอย่างไร

2) ถ้าเรายุติการตั้งครรภ์ ชีวิตจะเป็นอย่างไร

สองคำถามนี้จะช่วยให้เราคิดออกว่าเราควรจะแก้ปัญหาอย่างไร

4. หาคนช่วยคิด อาจจะเป็นครู เพื่อนรุ่นพี่ ผู้ใหญ่ที่รักเมตตาเรา

5. ถ้าคิดว่าจะต้องยุติการตั้งครรภ์จริง ควรทำภายใน 3 เดือน (12 สัปดาห์) เพราะนานกว่านี้ เป็นปัญหามาก

จะไม่มีใครช่วยน้องได้ เพราะไม่มีใครอยากเอาคอมาขึ้นเขียง น้องจะเสี่ยงมากที่จะใช้ยาในอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์

6. ถ้าจำเป็นต้องทำเองจริงๆ อย่าอยู่คนเดียว หรือ ขอให้บอกเพื่อน หรือคนรู้จักที่เจอกับเราเป็นประจำว่าเรารู้สึกไม่สบายมาก ถ้ายังไงช่วยมาดูเราหน่อย ถ้าเราหายไปนาน เผื่อในกรณีที่มีปัญหาน้องเกิดตกเลือด เป็นลม หรือ ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ จะได้มีคนช่วยน้องได้ค่ะ

กรณีนี้ น้องต้องรู้นะคะ ว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลยที่จะทำด้วยตัวเอง เพราะถ้าน้องเกิดมีปัญหาจริงๆ แล้วต้องไปรพ.ขึ้นมา คนที่น้องไม่อยากให้รู้ เช่น พ่อ แม่ จะต้องรู้แน่ๆ และรู้ในทางที่ไม่ดีด้วย

7. คิดว่า ตายเป็นตายเลย ดีมั้ย

ไม่ดีแน่นอนค่ะ เพราะว่าตอนนี้ น้องไม่อยากบอกพ่อแม่ เพราะกลัวท่านเป็นทุกข์ เพราะกลัวท่านโกรธ

อยากจะบอกน้องว่า ถ้าน้องต้องเสียชีวิตเพราะยุติการตั้งครรภ์ พ่อแม่จะเสียใจมากยิ่งกว่ารู้ว่าน้องเกิดท้องขึ้นมาแน่ๆ พี่มั่นใจ

8. ไม่รู้จะทำไง สุดท้าย บอกไปเถอะค่ะ พ่อแม่เรา ถ้าบอกแล้ว ทางจะสว่างขึ้นมากเลย เค้าจะโกรธ จะด่า จะทำอย่างไรก็ให้เขาทำ แต่สุดท้ายแล้วเค้าต้องช่วยเราแน่ค่ะ พี่มั่นใจ จริงๆ

9. หลังยุติการตั้งครรภ์ ต้องคุมกำเนิดอย่างดีมากๆ ค่ะ น้องรู้ไหมว่า สถิติของผู้หญิงที่ทำแท้งซ้ำคือ 35% ค่ะ คือ มีโอกาสมากเลยที่เราจะท้องไม่พร้อมอีกครั้ง

ด้วยความปรารถนาดี และ จากประสบการณ์ที่ตอบเมล์น้องๆ มาเยอะ เลยคิดว่าต้องเตือนกันค่ะ

วิธีใช้ยาในการทำแท้งอย่างปลอดภัย


น้องๆ ที่เข้ามาในนี้คงจะกำลังมองหาวิธีทำแท้งอย่างปลอดภัย

หลายๆคนอาจจะคิดเลือกเว็บไซต์ที่ตัวเองพบทางอินเตอร์เน็ต

ขอเตือนก่อนค่ะว่า เว็บไซต์ส่วนใหญ่นั้น เค้าจะเป็นแค่คนขายยา ไม่ใช่หมอ

ดูง่ายๆ อย่างเดียวคือ คนเป็นหมอ จะไม่ให้ยาคุณไปทำเองที่บ้าน ในอายุครรภ์มากกว่า 9 สัปดาห์เด็ดขาด

ในโพสต์นี้ เราเอาข้อมูลมาฝากว่า ถ้าจะใช้ยา ต้องใช้อย่างไร ในปริมาณขนาดไหน

เพราะตามเน้าเว็บต่างๆจะขายยา เท่าที่น้องมีตังค์ !!! ผลก็คือน้องได้ยาไม่พอสำหรับทำให้เกิดการแท้ง

บางคนมีเลือดนิดหน่อย แล้วคิดว่าแท้งแล้ว ก็ดีใจ พอสักพัก ทำไมมีอะไรตุบๆ ในท้อง

พี่ไม่ได้คะยั้นคะยอให้ทำแท้ง

จริงๆ แล้วพี่สนับสนุนทางเลือกทุกอย่างที่น้องๆ จะเลือก เพราะคิดว่าทุกคนก็มีสติปัญญา มีปัญหาของตัวเองที่ต้องการแก้ไข

แต่ถ้าทำ น้องต้องทำอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ทำเแบบเสี่ยงๆ

ดังนั้น พี่จึงจำเป็นต้องให้ข้อมูล เพื่อลดความเสี่ยงของน้องให้มากที่สุด

เว็บไซต์ womenonweb.org เป็นเว็บไซต์ที่พี่เชื่อถือ สำหรับการใช้ยา และ เค้าจะให้บริการไม่เกิน 9 สัปดาห์เท่านั้น

ถ้าคลิกเข้าไปอ่านหน้าเว็บแล้วไม่เข้าใจ ขอให้เขียนไปหาเค้าได้ที่ info@womenonweb.org

เค้าจะตอบทุกคำถามของน้องๆ ค่ะ

การใช้ยาเพื่อทำแท้ง แนะนำ 2 สูตรใน 9 สัปดาห์

1. ถ้ามีแต่ไมโซพรอสทอล ให้ใช้ 12 เม็ด (ตามรูปด้านล่าง)

2. ถ้ามีไมเฟพริสโตน 200 มิลลิกรัม จะใช้ไมโซพรอสทอล เพียง 4 เม็ด คือ 800 ไมโครกรัม เป็นวิธีที่แนะนำโดย WHO คือ องค์การอนามัยโลก

โดยมีวิธีใช้ตามด้านล่าง (แต่วิธีด้านล่างนี้เป็นแบบ womenonweb.org ซึ่งจะเพิ่มไมโซพรอสทอลอีก 2 เม็ด ป้องกันความผิดพลาด)

เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ควรใช้ยาตามคำแนะนำดังนี้ :

  • • ขั้นตอนที่หนึ่งคุณควรจะกินยาไมเฟพริสโตน เม็ด ยานี้จะไปขวางกั้นประสิทธิภาพของโปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนที่จำเป็นในการตั้งครรภ์
  • • อีก 24 ชั่วโมงต่อมา คุณควรจะอมไมโซพรอสทอล เม็ดใต้ลิ้น และทิ้งไว้อย่างนั้นอย่างน้อย 30 นาที จนกว่ายาจะละลายไปจนหมด ในระหว่างนี้ คุณสามารถกลืนน้ำลายได้ และหลังจาก 30 นาทีไปแล้ว คุณสามารถกลืนส่วนที่เหลือของยาลงไป
  • • ชั่วโมงหลังจากใช้ไมโซพรอสทอลโดสแรกไปแล้ว อมไมโซพรอสทอล อีก 2 เม็ดใต้ลิ้นให้ครบ 30 นาที ก่อนกลืนยา 

 

Slide1Slide2

สิ่งที่เราต้องการ คือไม่ให้คนตายหรือบาดเจ็บจากการทำแท้ง


สิ่งที่เราต้องการ คือไม่ให้คนตายหรือบาดเจ็บจากการทำแท้ง ไม่ติดเชื้อ ทำแท้งได้อย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกันก็มีการป้องกันในครั้งต่อไป และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนอื่น ๆ
ผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัยได้

กฤตยา อาชวนิจกุล
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

จนถึงทุกวันนีก้ ็ยังมีผู้หญิงที่บาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยในทุกจังหวัดของ
ประเทศไทย ทัง้ ๆ ที่เทคโนโลยี่ที่ใช้เพื่อยุติการตัง้ ครรภ์ ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องและก้าวหน้ามากขึน้ เรื่อย ๆ
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จนเกิดเครื่องมือหรือตัวยาใหม่ ๆ ที่ใช้ง่าย ปลอดภัย ราคาถูก และมีประสิทธิภาพในการยุติ
การตัง้ ครรภ์สูงถึง 95-99% ได้แก่ เครื่องดูดมือถือ (Manual Vaccum Aspirator -MVA) ซึ่งผู้ให้บริการไม่
จำเป็ นต้องเป็ นสูตินรีแพทย์ แพทย์ทั่วไป หรือ พยาบาลก็สามารถทำได้ และการยุติการตัง้ ครรภ์โดยใช้ยา
(Medical Termination – MTOP) ซึ่งผู้หญิงสามารถใช้เองได้ หากสามารถเข้าถึงยาได้ (กำแหง 2554) แต่ประเทศ
ไทยยังห้ามการนำเข้ายาเหล่านี ้นอกจากเพื่อนำมาใช้ในการศึกษาวิจัยเท่านัน้
เหตุที่เป็นเช่นนีเ้พราะการทำแท้งยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายในบ้านเรา กฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้งที่ระบุไว้
ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 302-305 บังคับใช้มาตัง้ แต่ พ.ศ. 2500 หรือ 54 ปีมาแล้ว โดย 3 มาตราแรก
(มาตรา 301-303) มีสาระสำคัญเกี่ยวกับโทษของการทำแท้ง ไม่ว่าผู้หญิงที่ท้องแล้วทำแท้งด้วยตนเอง หรือยอม
ให้ผู้อื่นทำแท้งให้ มาตรา 304 เป็นเรื่องความพยายามจะทำแท้งแล้วทำไม่สำเร็จ ไม่ว่าหญิงจะยินยอมหรือไม่ก็
ตาม การกระทำนัน้ ก็ไม่มีความผิด
ส่วนมาตรา 305 เป็นข้อยกเว้นว่า ถ้าการทำแท้งนัน้ เป็นการกระทำของนายแพทย์ โดยผู้หญิงยินยอม
บนความจำเป็น ”ต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดทาง
อาญา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 282 มาตรา 283 หรือมาตรา 284 ผู้กระทำไม่มี
ความผิด”
ตลอดระยะเวลากว่า 54 ปี ที่มีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี ้และมีการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิด
กฎหมายอยู่ตลอด แต่ปรากฏว่ามีคดีขึน้ สู่การพิจารณาของศาลเป็ นจำนวนน้อยมาก นายแพทย์วิฑูรย์ อึ้ง
ประพันธ์ (2537: 21-42) ตัง้ ข้อสังเกตว่า เงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 305 ซึ่งเปิดให้แพทย์ทำแท้งให้แก่ผู้หญิงได้ถ้า
ตัง้ ครรภ์แล้วเกิดปัญหาสุขภาพ หรือเพราะถูกข่มขืนนัน้ ถือได้ว่าเป็ นเงื่อนไขที่มีปัญหาอย่างมากในการ
ตีความและการปฏิบัติ ดังนั้นแพทย์ส่วนใหญ่จึงปฏิเสธที่จะทำแท้ง หรือถ้าทำก็จะตีความกฎหมาย
อย่างแคบที่สุด เพื่อไม่ให้ตนเองถูกตั้งข้อกล่าวหา
สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขชีว้ ่า การมีกฎหมายห้ามทำแท้งไม่ช่วยให้การลักลอบทำแท้งลดลง เพราะ
ยังมีผู้ป่ วยด้วยภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย เข้ารักษาตัวตามสถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ
เป็นจำนวนหลายหมื่นคนต่อปี ดังผลการสำรวจสถานการณ์การทำแท้งในประเทศไทย พ.ศ. 2542 จากผู้ป่ วยแท้ง

1 ตัดมาจาก กฤตยา อาชวนิจกุล. 2554. ‘เพศวิถีที่กำลังเปลี่ยนไปในสังคมไทย’ ใน จุดเปลี่ยนประชากร จุดเปลี่ยนสังคมไทย. สุรีย์พร พันพึ่ง
และมาลี สันภูวรรณ์ (บรรณาธิการ):43-66. นครปฐม: สำนักพิมพ์ประชากรและสังคม.
2 ทั่วประเทศจำนวน 45,990 คน ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราตายของผู้หญิงจากการทำแท้ง
สูงถึง 300 ต่อแสน ขณะที่อัตราตายของผู้หญิงที่ตัง้ ครรภ์แล้วคลอดทารกมีชีพมีเพียง 20 ต่อแสนเท่านัน้ จนแม้แต่
แพทย์เองยังยอมรับว่า อันตรายจากการทำแท้งที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นเป็ นปัญหาสาธารณสุขลำดับต้นของ
ประเทศมาโดยตลอด (Boonthai et al. 2003)
สถานการณ์ที่ดำรงอยู่ต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลงเลยนีเ้ ป็ นเรื่องน่าเศร้า เพราะขณะที่ประเทศไทยประสบ
ความสำเร็จเป็ นที่ยอมรับทั่วโลกในงานวางแผนครอบครัว และอนามัยการเจริญพันธ์ุ แต่เรายังคงปล่อยให้ผู้
หญิงไทยต้องล้มตายและพิการจากปัญหาทางสุขภาพที่รักษาได้ง่ายๆ นีต้ ่อไป เป็นที่มาของคำถามสำคัญสองข้อ
ที่เป็ นคนละด้านของเหรียญเดียวกัน คือ หนึ่ง เหตุใดสังคมไทยไม่เห็นว่าชีวิตของผู้หญิงเหล่านี้มีคุณค่า
พอที่จะได้รับการดูแลรักษา? และ สอง ทำไมการตายและบาดเจ็บของผู้หญิงจากการทำแท้งที่ไม่
ปลอดภัย จึงยังเป็ นปัญหาสาธารณสุขที่แก้ไขไม่สำเร็จ ?

สถานการณ์ข้างต้นนีส้ ะท้อนอะไรบ้าง? (กฤตยา และนภาภรณ์ 2537)
(1) สะท้อนความล้มเหลวของสังคมไทย ในการปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับ
ผู้หญิงให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
(2) สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย
(3) สะท้อนความล้มเหลวของการให้บริการคุมกำเนิดที่ไม่สามารถบริการได้อย่างทั่วถึงในทุกกลุ่ม
(4) สะท้อนความอยุติธรรมของสังคม ที่สร้างเงื่อนไขทำให้ผู้หญิงต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบและแบก
ผลลัพธ์ต่างๆ ที่เป็นความเจ็บปวดทัง้ ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม อันสืบเนื่องมาจากการ
ตัง้ ครรภ์ไม่พร้อม โดยปราศจากการช่วยเหลือและสนับสนุนจากสังคมอย่างเป็นระบบ และยังถูก
นิยามตามกฎหมายว่าเป็นผู้ประกอบอาชญากรรมอีกด้วย

เอกสารอ้างอิง
กฤตยา อาชวนิจกุล และนภาภรณ์ หะวานนท์ (บรรณาธิการ). 2537. ทิศทางใหม่ของการวางแผนครอบครัวและเพศศึกษา.
รายงานจากการถอดเทปการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง ทิศทางใหม่ของการวางแผนครอบครัวและเพศศึกษา เพื่อใช้เป็น
เอกสารประกอบการประชุมระดับชาติเรื่อง ’การตัง้ ครรภ์ไม่พึงประสงค์: ประเด็นท้าทายการให้บริการทางด้าน
สาธารณสุขของรัฐ’ จัดโดย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม
มหาวิทยาลัยมหิดล ณ โรงแรมปรินซ์พาเลส. วันที่ 7 ธันวาคม.
กำแหง จาตุรจินดา. 2554. การแท้งที่ไม่ปลอดภัย ใครรับผิดชอบ?? เอกสารประกอบการการอบรมเรื่อง ‘การป้องกันการแท้งที่ไม่
ปลอดภัย’ จัดโดย มูลนิธิเพื่อสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธ์ุของสตรี (แห่งประเทศไทย) ร่วมกับสำนักอนามัยการเจริญ
พันธ์ุ กรมอนามัย, ราชวิทยาลัยสูตินรแพทย์แห่งประเทศไทย และคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. วันที่ 16-18
โรงแรมเซ็นจูนี่ปาร์ค กรุงเทพมหานคร.
วิฑูรย์ อึง้ ประพันธ์. 2537. กฎหมายทำแท้ง : ข้อโต้แย้งที่ยังไม่ยุติ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เจนเดอร์เพรส.
Boonthai, Nongluk, Suwanna Warakamin, Viroj Tangcharoensathien, and Metee Pongkittilah. 2003.
Voices of Thai Physicians on Abortion. Unpublished Document, Reproductive Health
Division, Department of Health, Ministry of Public Health.

หาเงินช่วยเหลือผู้หญิงไปทำแท้ง


สวัสดีค่ะ น้องๆ เพื่อนๆ

ในรอบปีที่ผ่านมา มีคนผ่านเข้ามาในบล๊อกนี้ ตกเดือนละเป็นหมื่นคน ในจำนวนนี้ มีคนที่โทรศัพท์มาหาเรา และ เขียนอีเมล์เข้ามาประมาณ 700 คนต่อเดือน

แน่นอน ในจำนวนนี้ ต้องมีคนที่ไม่มีเงินที่จะทำแท้ง แต่ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง

 

พวกเราทำงานด้วยจิตอาสา และเราให้คำปรึกษาฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แต่พอถึงเวลาที่ผู้หญิงเกิดปัญหาแบบนี้ เราอยากช่วยค่ะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

 

จึงเปิดโพสต์นี้ขึ้นมาปรึกษาเพื่อนๆ ว่า ถ้าเราจะขายของบางอย่างในบล๊อกนี้ เพื่อหาเงินไปช่วยผู้หญิงเหล่านี้ จะเป็น good idea ไหม ?

และถ้าขายของ คิดว่าอะไรจะขายได้ เสื้อที่มีคำบางอย่าง เช่น idecide (ชีวิตเรา เราเลือกเอง) หรือ พวกของใช้อื่นๆ กระเป๋า รองเท้า หรือ อื่นใดอะไรดีที่คิดว่าขายได้บนเว็บคะ

หรือว่าขอบริจาคดื้อๆ เลยดีกว่า

 

ขอแรงพวกเราช่วยกันคิดหน่อยนะคะ

ช่วยเขียนตอบในโพสต์นี้ว่า คุณคิดว่าขายอะไรในบล๊อกนี้ ที่จะขายได้ดีจริงๆ

 

ขอบคุณจากใจ

ชมพู่cropped-e0b8abe0b8b9e0b980e0b8a5e0b987e0b881.jpg

อาการหลังทำแท้ง


มีเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนที่สงสัยเรื่องอาการหลังทำแท้ง

ถ้ามีใครเคยไปทำมา ใช้วิธีอะไร แล้วมีอาการอย่างไร อยากถาม หรือ อยากเล่าให้เพื่อนฟัง เป็นวิทยาทาน ขอให้เขียนเล่ากันหน่อยนะคะ

เพราะว่า มีคนอยากรู้หลายคนค่ะ

เพื่อนๆ ที่เข้ามาในบล๊อกนี้ ถ้าไปทำมาแล้ว ช่วยแบ่งปันข้อมูลกันนะคะ