ไม่เหมือนเดิมกับแฟนหลังทำแท้ง


การที่ผ่านเหตุการณ์ยากลำบากนี้ คือ การทำแท้ง บางคู่ก็หาทางที่จะพูดคุยกันเหมือนก่อนได้ยาก
เหตุเพราะต่างคนต่างรู้สึกผิด และ กลัว
กลัวว่ารักกันมากเหมือนเดิม จะยั้งใจไว้ไม่ได้ แล้วจะต้องมีอะไรกัน แล้วก็จะต้องท้องอีก
รู้สึกผิด เพราะรู้สึกว่าได้ทำบางอย่างที่ไม่ดีมากๆ ที่เป็นบาป แล้วก็รู้สึกอึดอัด ไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่รู้จะไถ่โทษตัวเองที่ไหน ก็เลยเครียด
เวลาเจอหน้ากันแล้วต่างคนก็ต่างเครียด เพราะจะคอยรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งเก่าอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถพูดคุย ปรึกษา ให้กำลังใจกันได้

พี่มีคำแนะนำดังนี้ค่ะ
1. อยากให้เข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย สามารถป้องกันการท้องได้
การมีความรัก และมีเพศสัมพันธ์ ไม่นำมาสู่การท้องเสมอไป ถ้าเราป้องกัน
ที่ผ่านมา เราอาจจะรู้น้อยเรื่องการป้องกัน บางรายใช้หลั่งนอก นับวัน ซึ่งมันมีโอกาสพลาดสูงมาก
เดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยีมากมาย ทั้งการใส่ถุงยาง กินยาคุม ถ้าต้องการให้ชัวร์มากขึ้นก็ใช้ฉีด ฝังยา หรือ ใส่ห่วงก็ได้ค่ะ ก็จะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นมาก

อย่ากลัวเทคโนโลยีแบบนี้ เดี๋ยวนี้วิทยาการไปไกลถึงผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดสมอง ผ่าตัดอวัยวะเพศให้ทำงานได้ และอื่นๆ ที่มหัศจรรย์อีกมากมาย
เทคโนโลยีการคุมกำเนิดเหล่านี้ก็ได้มาด้วยวิธีเดียวกัน คือ ผ่านการวิจัยมาอย่างเข้มข้น จนพบว่าใช้ได้
และจริงๆ มนุษย์เราค้นพบวิธีเหล่านี้มานานนักหนาแล้ว มันอยู่กับความรู้สึกของเราเอง ที่ไม่กล้าคิดจะปรึกษาหมอ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง
เลยใช้วิธีโบราณเป็นพันปีเช่นการหลั่งข้างนอก การนับวัน ซึ่งเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้รู้แล้วว่าไม่ได้ผล

ลองเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ชัวร์ๆ ดูสักวิธีนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกปลอดภัย และผ่อนคลายขึ้นในระหว่างคุณสองคน

2. ความรู้สึกผิดบาป ในการทำแท้ง
หลายๆคู่รู้สึกว่าร่วมทำความผิดมาด้วยกัน ก็เลยเสียความรู้สึกต่อกันมาก ทั้งๆที่คนคนนี้ก็คือคนที่ใช่ เข้ากับเราได้ทกอย่าง เคยฝันว่าอยากมีอนาคตร่วมกัน
ทางออกที่ดีคือ การหันหน้าเข้าหากัน และพูดคุยเปิดอกเรื่องความรู้สึกระหว่างกัน เช่น ผู้ชายอาจจะรู้สึกผิดต่อผู้หญิงมาก รู้สึกทำให้ผู้หญิงเจ็บปวด หรือรู้สึกผิดที่ได้ทำบาป
ผู้หญิงก็อาจจะรู้สึกว่ายังรักผู้ชายเหมือนเดิม รู้สึกผิดที่ได้ทำไป แต่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ อยากเริ่มต้นใหม่
ทุกรั้งที่เรามีความรู้สึกแย่ๆ สิ่งที่ควรทำคือ จับมือกัน มองตากัน แล้วขอให้อีกฝ่ายรับฟังความรู้สึกของเรา และเล่าให้กันและกันฟังว่ารู้สึกอย่างไร
เมื่อเขาพูด ให้เราฟัง และ ขอให้เขาฟัง เวลาเราพูด พยายามอย่าตัดสิน ไม่ต้องแก้ตัว เพราะทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว เราเพียงต้องการให้สิ่งต่างๆ มันดีขึ้น
พยายามใส่ใจความรู้สึกอีกฝ่าย และเปิดใจคุยกัน

กระบวนการนี้อาจจะต้องใช้เวลานาน แต่ว่า .. ความรักระหว่างเรายังอยู่ที่นั่น และเมื่อเปิดใจฟังกัน ให้อภัยกัน ให้อภัยตัวเอง
เราอาจจะกลับมารักกัน และกอดกันได้สนิทใจเหมือนเดิม ….

ให้กำลังใจอย่างยิ่งนะคะ
ชมพู่

ทำไม womenonweb.org จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้าต้องการใช้ยาทางเน็ต


น้องๆ บางคนเลือกหาเว้บไซต์ที่ไว้ใจได้ ไม่ถูกหลอก ในการได้รับความช่วยเหลือในการยุติการตั้งครรภ์

บางคนก็ประสบความสำเร็จ แต่บางคนก็ท้องต่อ เพราะได้ยาจำนวนน้อยเกินไป, หรือยาใช้ไม่ได้ผลเลย, บางคนแม้กระทั่งไม่ได้รับยาหรือความช่วยเหลือด้วยซ้ำ

พี่แนะนำว่าให้น้องๆ เข้าไปดูที่ womenonweb.org เพราะมีความมั่นใจในความช่วยเหลือของ women on web ว่าจะช่วยให้น้องผ่านปัญหาไปได้อย่างมีมาตรฐาน ดังนั้น พี่จึงเชิญชวนเพื่อนๆที่เข้าไปที่ womenonweb.org แล้ว มาช่วยเขียนประสบการณ์ของเขา เพื่อให้เพื่อนๆ คนอื่นรู้สึกมั่นใจขึ้นในการใช้บริการค่ะ

ระวังเว็บไซต์หลอกลวง


น้องๆคะ

พี่เห็นน้องๆที่ต้องการทำแท้งแล้วไปเจอเว็บที่หลอกลวง พี่จึงต้องนำเอาข้อมูลมาไว้ที่นี่นะคะ เพื่อน้องๆจะได้เข้าใจว่า การใช้ยาเองนั้น ต้องหาเว็บที่เราไว้ใจได้จริงๆ

ถ้าน้องต้องการใช้ยาจากเว็บจริงๆ ขอให้น้องรู้ว่า 

1. การใช้ยามันคืออะไร

การทำแท้งด้วยยาใช้ตัวยาหนึ่งชนิด หรือ หลายชนิดร่วมกันเพื่อทำให้เกิดการยุติครรภ์ในระยะเริ่มต้นจนถึง 9 สัปดาห์
การทำแท้งที่ปลอดภัยที่สุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุดควรเป็นการใช้ยาร่วมกันสองชนิด ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ไมเฟพริสโตนและ
ไมโซพรอสทอลซึ่งจะกระตุ้นให้ครรภ์ถูกขับออกจากมดลูก

ข้อมูลเพิ่มเติมทางการแพทย์ :

ไมเฟพริสโตนและ ไมโซพรอสทอล อยู่ในรายชื่อบัญชียาหลักขององค์การอนามัยโลก 53
ไมเฟพริสโตนจะขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งจำเป็นต่อการตั้งครรภ์ โดยไข่ที่ได้รับการปฎิสนธิแล้วจะไม่สามารถฝังตัวอยู่กับผนังมดลูกได้อีกต่อไปหากขาดฮอร์โมนนี้ และทำให้เกิดการบีบตัวของมดลูก ส่วนยาไมโซพรอสทอล ช่วยทำให้เกิดการบีบตัวของมดลูก และช่วยในการขับเนื้อเยื่อออกจากมดลูก

ไมเฟพริสโตนและไมโซพรอสทอล ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และได้รับการยอมรับสำหรับการทำแท้งในช่วงสามเดือนแรก ผลของการทำแท้งด้วยวิธีนี้คืออาจทำให้ปวดท้อง และมีเลือดออก ผลข้างเคียงที่พบได้เป็นประจำยังรวมไปถึง การคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย การทำแท้งโดยวิธีนี้เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ผลการวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าการทำแท้งด้วยการใช้ยาเองที่บ้านมีความปลอดภัย ตราบเท่าที่ผู้หญิงอยู่ใกล้โรงพยาบาลหรือบริการฉุกเฉินอื่นๆ

2. จะต้องเป็นเว็บไซต์ที่เราไว้ใจได้จริงๆ (ลองดูในเว็บต่างๆ ว่ามีการพูดถึงเว็บไซต์เหล่านั้นอย่างไร และลองเช็คดูว่า ข้อมูลเค้าจะใช้ข้อมูลชุดเดียว แต่เปิดหลายเว็บ อย่างนี้ระวังค่ะ)

3. น้องต้องรู้ว่า น้องมีอายุครรภ์เท่าไหร่ ต้องนับจาก วันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้าย (ไม่ใช่วันที่เมนส์หมดนะคะ และไม่ใช่วันที่มีเพศสัมพันธ์ด้วย ถ้าน้องอุลตร้าซาวด์ได้ จะรู้อายุครรภ์ที่แน่นอนค่ะ)

4. การทำเองที่บ้านอย่างปลอดภัย แนะนำว่าไม่เกิน 9 สัปดาห์ (ถ้ามากกว่านั้น ขอให้เขียนมาค่ะ ไม่ต้องกลัวถูกดุนะคะ แต่เป็นสิ่งที่จะไม่แนะนำทั่วไป เพราะเป็นอันตรายค่ะ)

5. ในอายุครรภ์ 9 สัปดาห์ ใช้ยาได้ 2 แบบ

5.1 ใช้ยาสองชนิดร่วมกันคือ ไมเฟพริสโตน Mifepristone 200 mg 1 เม็ด และ ไมโซพรอสทอล Misoprostol 200 mcg 4 เม็ด

5.2 ใช้ยาชนิดเดียว คือ ไมโซพรอสทอล Misoprostol ซึ่งน้องจะต้องมี ยา 12 เม็ด  (ถ้าน้องได้แค่ 6 เม็ด หรือ 8 เม็ด ไม่พอนะคะ)

6. วิธีใช้ยา

6.1 การใช้ยาสองชนิดร่วมกัน

ขั้นตอนที่ 1  ให้กินไมเฟพริสโตน โดยวิธีการกิน 1 เม็ด คือ กินแบบพารา แล้วดื่มน้ำตามไปเลย แล้วรอ 24 ชม.

ขั้นตอนที่ 2 ให้ใช้ไมโซพรอสทอล โดยวิธีการอม 4 เม็ดพร้อมกัน ใต้ลิ้น อมไว้ให้ได้ 30 นาที แล้วกลืน กินน้ำตามได้

(บางคนได้ไมโซพรอสทอลแค่ 2 เม็ด ก็ไม่พอนะคะ)

6.2  การใช้ยาชนิดเดียว

ขั้นตอนที่ 1 ให้ใช้ไมเฟพริสโตน อมใต้ลิ้น 4 เม็ด ใต้ลิ้น อมไว้ 30 นาที แล้วกลืน กินน้ำตามได้ รอ 3 ชม.

ขั้นตอนที่ 2 เหมือนขั้นตอนที่ 1 คือ อมใต้ลิ้น 4 เม็ด 30 นาที แล้วรออีก 3 ชม.

ขั้นตอนที่ 3 เหมือนขั้นตอนที่ 2 คือ อมใต้ลิ้น 4 เม็ด 30 นาที แล้วรออีก 3 ชม.

(บ่อยๆ น้องได้ยาแค่ 6 เม็ด ไม่พอนะคะ และสอดห่างกัน 12 ชม. ผิดค่ะ มักมีปัญหาว่าไม่ออก นะคะ เจอมาเยอะแล้ว ขอให้อมอย่างเดียวนะคะ)

7. เมื่อได้รับยา ขอให้ตรวจสอบชนิดของยาว่าเป็น Mifepristone และ Misoprostol จริง ซึ่งตัวยาจะเป็นชื่อนี้ แต่ยี่ห้ออาจจะแตกต่างกันไป

8. ตรวจสอบปริมาณของยา ว่าเม็ดละกี่ mg หรือ กี่ mcg แล้วได้ครบอย่างที่ต้องใช้หรือไม่

9. ยาต้องมาในฟรอยด์ ถ้ามาเป็นเม็ดๆ ให้สันนิษฐานว่า แย่แล้ว !!! สงสัยว่าจะปลอม

 

หลังใช้แล้ว ภายใน 3-5 ชม. หลังใช้ ไมโซพรอสทอลแล้วจะมีเลือดมา

ขอให้อ่านเพิ่ม https://www.womenonweb.org/th/page/484/in-collection/6906/when-will-you-start-bleeding-and-how-long-will-it-last

 

การใช้ยาแล้วได้ผล น้องจะต้องมีเลือด เท่ากับ หรือมากกว่าการมีเมนส์

จำไว้เลยว่า ไม่มีเลือด คือไม่แท้ง ค่ะ

 

น้องจะต้องมีเลือด และหลายๆ คนจะปวดท้อง นี่เกิดจากการบีบตัวของมดลูก ซึ่งเป็นการทำงานของยาไมโซพรอสทอล

 

บางคนจะมีท้องเสีย เวียนหัว คลื่นใส้ อาเจียน ชามือเท้า ไข้ต่ำๆ  อาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงของยา เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ แล้วจะหายไป

 

และน้องจะต้องสังเกตอาการแทรกซ้อนนะคะ คือ

1. ตกเลือด  มีเลือดออกไม่ใช่ตกเลือดนะคะ ถ้าตกเลือด จะต้องมีเลือดมา เต็มผ้าอนามัยแบบแม็กซี่ 2 แผ่น ภายใน 1 ชม. ถ้าสมมุติว่าไม่ได้ใช้ผ้าอนามัย จะเห็นเลือดหยดติ๋งๆๆๆ เหมือนก๊อกน้ำปิดไม่สนิท

2. มีไข้สูง  ถ้ามีไข้ต่ำๆ ไม่อันตราย แต่ถ้าไข้สูง 38องศา 24 ชม. หรือ 39 องศา รู้สึกว่าร้อนมากๆ ถือว่าแย่แล้วค่ะ

3. ปวดท้อง โดยปกติแล้วก็ต้องปวดท้อง เพราะมีการบีบ แต่ถ้าเราปวดต่อเนื่อง ไม่หาย กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย  ปวดเป็นวันๆ ถือว่าแย่แล้วค่ะ

4. สิ่งที่ออกมามีสี กลิ่นผิดปกติ คือ เริ่มมีกลิ่นเหมือนปลา เนื้อที่เน่าเสีย ก็คืออาจจะออกไม่หมด แล้วเกิดการเน่าเสียภายใน ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ เราจะได้กลิ่นค่ะ ถ้ามีแบบนี้ แย่อีกแล้ว

สรุปว่า ถ้ามี 4 อย่างนี้ ไปหาหมอด่วนนะคะ

ไม่ต้องบอกว่าใช้ยาค่ะ เพราะหมอจะไม่มีทางรู้เลย

หรือไม่ต้องบอกว่าเราแท้งด้วย

 

บอกว่า เราเมนส์ไม่มา สองเดือนแล้วอยู่ดีๆ ก็มีเลือดมาเยอะ อะไรแบบนี้ค่ะ หมอจะไม่มีทางรู้หรอกค่ะ ถึงเค้าสงสัยก็ตรวจไม่พบ

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง อาการแทรกซ้อน ที่ลิงค์ด้านล่างค่ะ

https://www.womenonweb.org/th/page/6907/complications-of-medical-abortion

 

cropped-img_4984_web.jpg

 

จำเป็นต้องทำ… แต่เราก็ยังเป็นคนดีของสังคมนะ


น้องๆ คะ

คนทำแท้ง ไม่ใช่คนเลวนะ

แม้จะพลาด แต่ไม่ผิด

ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากท้องเพื่อไปทำแท้ง

แม้ว่าจะทำ… แต่ก็ยังเป็นคนดีของสังคม

อยากให้น้องๆ มาช่วยกันเขียน

ว่าทำไม น้องจึงคิดว่า คนที่เลือกทำ … ก็ยังเป็นคนดีของสังคม

ช่วยกันนะคะ

สายให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อม


น้องๆ คะ

เมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ มีสายให้คำปรึกษาเปิดใหม่สำหรับเรื่องท้องไม่พร้อมโดยเฉพาะ

ด้วยทีมงานคุณภาพที่เคยให้คำปรึกษาเรื่องเอดส์มาก่อนค่ะ ใครสนใจโทรปรึกษาได้เลยนะคะ เป็นเลข 4 ตัว ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการปรึกษา

ชมพู่เอง

 

กฎเหล็กของการคุมกำเนิด


ขอเตือนด้วยความจริงใจว่า  กฎเหล็กของการป้องกันคือ หลั่งนอก นับวัน ห้ามใช้,

 

ยาคุมฉุกเฉิน ให้ใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น แต่ถ้าจำเป็น ก็ใช้ได้เท่าที่ต้องการ คือ ต้องใช้หลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันทุกครั้ง (มีกี่ครั้งก็กินเท่านั้นครั้ง) สามารถใช้ได้หลังการมีเพศสัมพันธ์ถึง 120 ชม.  แต่ว่า ยิ่งทิ้งเวลานานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีคุณภาพน้อยลงมากเท่านั้น กินทีละสองเม็ดเลยได้ค่ะ ไม่ต้องรอกินทีละเม็ด เพราะเดี๋ยวจะลืม หลังกิน อาจจะทำให้เมนส์เลื่อนได้เยอะมากในบางคน

 

ดีทีสุดคือเราเลือกวิธีคุมหนึ่งวิธี เช่น กินยาแบบแผง ฉีด หรือ ฝังยา หรือ ใส่ห่วง แล้วให้ผู้ชายใช้ถุงยางทุกครั้งอย่างเคร่งครัด เพราะนี่เป็นสิ่งเดียวที่เค้าช่วยได้ !!!

ควรเข้าไปปรึกษาให้ชัดเจนถึงทางเลือกต่างๆ เรื่องการป้องกันที่ lovecarestation.com จดวันที่มีประจำเดือนในปฎิทินทุกครั้ง เพื่อให้เราทราบชัดเจนว่าเรามีเมนส์วันไหน และ ครั้งต่อไปควรจะเป็นเมื่อไหร่ หรือเมนส์เราระยะรอบไม่เท่ากัน

ขอย้ำอีกครั้งว่า การตั้งครรภ์ไม่พร้อมไม่ใช่ความเลวร้ายของคุณ แต่เกิดขึ้นเพราะเรามีข้อมูลไม่พอ หรือบางทีเราแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเราเอง

ถ้าเรารู้ชัดเจนในข้อมูลวิธีป้องกัน และรักตัวเองให้มากๆ (กรณีนี้ การเห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องผิดเลยค่ะ)  จะทำให้การคุมกำเนิดมีความผิดพลาดน้อยลง

 

สุดท้าย การคุมกำเนิดสำคัญมากค่ะ ถ้าคุณยังไม่เคยท้องไม่พร้อม ตอนนี้คุณก็ทราบแล้วว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร

สำหรับผู้หญิงที่เคยทำแท้งแล้ว ต้องคุมดีๆ นะคะ เพราะอัตราเฉลี่ยของการท้องไม่พร้อมหลังทำแท้ง คือ  35% ตัวเลขนี้คือ ผู้หญิงมักจะเข้าใจผิดว่าเพิ่่งทำแท้ง คงไม่ท้อง หรือ ท้องไม่ได้อีก ก็เลยไม่ได้คุม

 

ด้วยความจริงใจ

ชมพู่

ทำไมอายุครรภ์มากกว่า 5 เดือนจึงมีความเสี่ยงมากในการทำแท้ง


มีน้องๆ หลายคนเขียนมาบอกว่า อายุครรภ์มากกว่า 5 เดือนแล้วต้องการทำแท้ง

พี่อ่านแล้วก็เข้าใจในปัญหามากๆ เลยว่า ไม่กล้าบอกพ่อแม่, แฟนไม่รับผิดชอบ, มีลูกอยู่แล้วสองคน, หรือบางคนก็พยายามใช้ยาในอายุครรภ์น้อยๆ ก่อนหน้านี้แต่ไม่ออก

ขอให้ข้อมูลว่า ถ้าเราพยายามใช้ยาเองในอายุครรภ์มากกว่า 5 เดือน มีอันตรายสำหรับตัวเรา และ ตัวอ่อนนะคะ

1. อันตรายสำหรับตัวเราเอง 

เอาตัวเราก่อนเนอะ

ประเด็นก็คือ อายุครรภ์มากๆ ตัวอ่อนก็ใหญ่ขึ้น ถ้าใครอยากรู้ว่าตัวอ่อนจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนในแต่ละสัปดาห์ ขอให้เข้าไปดูในเว็บไซต์นี้ได้

http://pregnant.thebump.com/pregnancy/pregnancy-tools/articles/how-big-is-baby.aspx?MsdVisit=1

มันเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็มีรูปให้ดู และบอกขนาด เป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ที่น้องก็เข้าใจได้

ที่ชอบเว็บไซต์นี้เพราะ รูปที่เค้านำมาเปรียบเทียบกับขนาดนั้นจะเป็นรูปผัก ผลไม้ ซึ่งทำให้ดูไม่น่ากลัว ไม่ทำให้เราจิตตก (ไปมากกว่านี้)

ถ้าใครคลิกเข้าไปดูแล้วก็จะเห็นว่า ในอายุครรภ์ 4 สัปดาห์นั้น ตัวอ่อนจะมีขนาดเล็กกว่าเม็ดงา คือ ยังมีลักษณะเป็น cygote คือเซลล์หลายๆเซลล์ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แต่พอถึง 5 เดือน คือ 20 สัปดาห์นั้น ตัวอ่อนจะมีขนาดประมาณ 6.5 นิ้ว โดยประมาณ คือ อาจจะเท่ากับกล้วยหอมตามภาพที่นำมาแสดงให้ดู

ในอายุครรภ์นี้ ตัวอ่อนจะมีพัฒนาการหลายด้าน รวมทั้งมีปอดที่ทำงานได้แล้ว ดังนั้น ในอายุครรภ์นี้ หรือ มากกว่านี้ เมื่อเราพยายามยุติการตั้งครรภ์ โดยการซื้อยามาใช้เองที่บ้าน ผลที่ได้อาจจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด คือ ตัวอ่อนออกมาแล้วจะหายใจ และ อาจจะร้อง (ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้นยิ่งมีสิทธิที่จะร้องมากขึ้น) ซึ่งถ้าคุณไปยุติการตั้งครรภ์กับแพทย์ เมื่อถึงสถานการณ์นี้ แพทย์จะไม่มีทางเลือกอะไร แต่จะต้องนำเข้าตู้อบสถานเดียว และ พยายามเลี้ยงให้รอด

ถ้าคุณทำเองที่บ้าน คุณอาจจะต้องเผชิญสถานการณ์ดังกล่าว และ อาจจะคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี

ถ้าคุณนำส่งแพทย์ ก็จะเข้าตู้อบค่ะ

ถ้าคุณไม่นำส่ง …. นี่อาจจะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่คุณต้องพิจารณาให้ดีทีเดียว

 

นอกจากนั้น ในอายุครรภ์ขนาดนี้ ที่ตัวอ่อนมีขนาดใหญ่แล้ว คุณอาจจะต้องเผชิญกับอีกหลายเรื่อง เช่น การตกเลือด รกไม่คลอด (ซึ่งห้ามตัดสายรกเด็ดขาด จะทำให้คุณตกเลือดทันที และห้ามดึง ห้ามกดด้วยค่ะ เพราะอันตรายมาก) ในจุดนี้ คุณจะต้องได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ และต้องมีอุปกรณ์ที่สะอาด ที่จะสามารถช่วยเหลือคุณได้นะคะ ถ้ามีปัญหา ณ จุดนี้ คุณจะต้องรีบพบแพทย์ค่ะ เพราะอันตรายถึงชีวิต

 

2. อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวอ่อน

ถ้าเด็กคลอดก่อนกำหนด จะเจอปัญหามากในอนาคตค่ะ ถ้าเข้าตู้อบแล้วเลี้ยงรอด เช่นปัญหาด้านพัฒนาการต่างๆ รวมถึงสติปัญญา ระบบประสาท และ สายตา ดังนั้น ไม่แนะนำให้คุณทำเองแล้วเสี่ยงต่อเรื่องแบบนี้นะคะ เพราะจะกลายเป็นสิ่งที่ติดตัวเขาตลอดชีวิต

 

ถ้าคุณคิดว่าท้องมากกว่า 5 เดือนแล้ว ไม่สามารถเอาไว้ได้จริงๆ ขอให้รีบติดต่อมูลนิธิสหทัยนะคะ

เค้าจะช่วยได้เรื่องบริการรับบุตรบุญธรรมค่ะ

มีพ่อแม่อีกหลายคู่ที่ต้องการมีบุตร แต่ไม่สามารถมีได้

สหทัยมูลนิธิก็เป็นสถานที่ที่มั่นใจได้เรื่องการเก็บรักษาความลับ ความเข้าอกเข้าใจ และ ยินดีในการให้บริการค่ะ

ติดต่อ สหทัยมูลนิธิ 02-3818834-6 หรือ 02-392 9397 ค่ะ

 

ด้วยความหวังดี

ชมพู่