ถ้าต้องทำ อย่ารอ


OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หมู่นี้พี่ได้รับโทรศัพท์น้องๆโทรมาอายุครรภ์เยอะๆ กัน แบบว่า 5-6 เดือน

แนะนำไปที่รพ.ที่ปลอดภัยที่สุด แล้วก็ภาวนาว่า ให้น้องสามารถเข้ารับบริการด้วยเถิด เพราะน้องคงจำเป็นจริงๆ

แต่… คงต้องทำใจไว้ค่ะ เพราะโอกาสที่หมอจะไม่ทำให้นั้นมีมากจริงๆ ลองไปอ่านโพสต์เรื่อง ทำไมอายุครรภ์มากกว่า 5 เดือนจึงมีความเสี่ยงมากในการยุติการตั้งครรภ์ ในหน้าบล๊อกนี้นะคะ

เท่าที่ได้ฟังน้องๆ เหตุใหญ่ๆ นั้นจะมีอยู่สองสามสี่อย่าง

หนึ่ง ) รอฝ่ายชาย

“เค้าได้ยินแล้วก็เงียบเฉยไปเลยค่ะ ไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้น แล้วก็บอกว่าจะไปหาเงินมาช่วย แล้วก็เงียบหาย……”

“ตอนแรกเค้าบอกว่าจะเอาไว้ แล้วก็หายไปเลย……”

“เค้าบอกว่าจะช่วย แล้วพอตังค์หนูออก เค้าก็ยืมก่อน บอกไปลงทุน แต่ตอนหลังก็ไม่เอามาคืน บอกว่าจะช่วยแล้วก็ไม่ช่วย”

พี่เข้าใจนะ ว่าผู้ชายจะต้องมีความรับผิดชอบ แต่ผู้ชายที่มีอะไรกับเราโดยไม่ได้ป้องกันสักอย่างแม้กระทั่งถุงยาง จะหวังความรับชอบก็ค่อนข้างยากมากอยู่แล้วค่ะ …

ถ้าน้องรู้ตัวปั๊บว่าท้อง น้องควรจะคิดเลยว่า ระหว่า่งเรากับตัวอ่อนนี้ เราจะเอาไว้ไหวมั้ย

ให้คิดแบบตนเป็นที่พึ่งแห่งตนมากที่สุด คิดให้ตกแล้วตัดสินใจทำ

อย่ารอมากกว่า 3 เดือนเด็ดขาด

เพราะถ้าอายุครรภ์ต่ำกว่า 3 เดือน หาทางออกได้ปลอดภัยมากกว่าอายุครรภ์มากกว่านั้นมากๆๆๆ หลายร้อยเท่าค่ะ

สอง ) ใช้ยาแล้วไม่ออก

“โอนเงินไปแล้วไม่ได้ยามาสองรอบแล้วค่ะ”

“ใช้สองรอบแล้วก็ไม่ออกค่ะ คนขายก็บอกให้รอ เราก็รอ … ”

น้องไม่ได้โง่หรือเซ่อนะคะ คนเหล่านั้นต่างหากที่เห็นแก่ตัว

ถ้าน้องใช้ยาแล้ว มีเลือดออกน้อย น้องรีบไปอุลตร้าซาวด์หลังจากใช้ยาแล้ว 5 วัน

ถ้าหมอบอกว่ายังอยู่ ไม่ควรกลับไปที่นั่นอีกค่ะ ไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรก็ตาม

เพราะบางคนโทษเราเฉยเลย

“ปากมดลูกคุณหนา” แน๊!!! ตำราไหนเนี่ย!!!!

สาม ) เมนส์ขาด แล้วคิดว่าแค่ไม่มาเฉยๆ

น้องบางคนเมนส์มาไม่สม่ำเสมอ  ก็เลยรอๆ คิดว่าเมนส์จะมา

ไม่ต้องรอนะคะ

พอคิดว่าเมนส์ไม่มาปั๊ป ตรวจไว้ก่อนเลยค่ะ ตรวจเป็นระยะๆ สองสัปดาห์ครั้งหนึ่งก็ได้ค่ะ ถ้าเมนส์เรามักจะขาดเป็นเดือนบ่อยๆ

แต่ควรจะตรวจสม่ำเสมอ ถ้าเรามีเพศสัมพันธ์แล้วไม่มั่นใจเรื่องการป้องกัน

สี่ ) ไม่มีเงิน

ถ้าน้องไม่มีเงิน ยิ่งต้องหาทางขอรับความช่วยเหลือนะคะ มีองค์กรที่สามารถช่วยได้หลายองค์กร

อย่าพยายามไปรอเงิน หันกลับมาอีกทีทำไม่ได้แล้วก็มี

รอไม่ได้นะคะ

พยายามปรึกษาหน่วยงานต่างๆ เช่น 1663 หรือ โทรมาที่นี่ก็ได้

ถ้าอายุครรภ์น้อยๆ มีโอกาสช่วยกันได้หลายทางค่ะ ถ้าอายุครรภ์มากๆ องค์กรจะแบกรับไม่ไหวค่ะ กับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น

ให้กำลังใจทุกคนเหมือนเดิมนะคะ

ทารกในครรภ์ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในครรภ์หากหญิงผู้ตั้งครรภ์ไม่ยินยอม


 

img_1337_a_postcard.jpg

 

น้องหลายๆคนรู้สึกว่าการทำแท้งเป็นบาป 

วันนี้ พี่มีข้อเขียนของ คุณหมอสัญญา ภัทราชัย ซึ่งเป็นคุณหมอที่พี่รักเคารพอย่างยิ่ง ท่านได้เขียนบทความหนึ่งไว้เกี่ยวกับเรื่องการทำแท้ง และมีส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะพูดถึงสิทธิของผู้หญิงที่จะจัดการกับเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง และมีสิทธิชอบธรรมที่จะตัดสินใจตรงนี้ พี่เลยขอยกมาทั้งย่อหน้า ให้น้องๆอ่านกันค่ะ

“Judith Jarwis Thomson นักปรัชญาชาวอเมริกันได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจที่จะสนับสนุนว่าทารกในครรภ์ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในครรภ์หากหญิงผู้ตั้งครรภ์ไม่ยินยอม Thomson เสนอเรื่องเปรียบเทียบสมมติว่ามีนักไวโอลินเอกของโลกคนหนึ่งกาลังป่วยขั้นโคมาด้วยโรคเลือดอย่างร้ายแรง วิธีเดียวที่รักษาได้คือหาผู้ที่มีหมู่เลือดที่เข้ากันได้ทุกประการมาเชื่อมต่อระบบการไหลเวียนเลือดเป็นเวลา ๙ เดือน หลังจากนั้นนักไวโอลินเอกผู้นี้ก็จะหายเป็นปกติ ทางสมาคมผู้รักดนตรีได้พิจารณาสืบค้นจากบันทึกทางการแพทย์พบว่าท่านเป็นผู้เดียวที่มีหมู่เลือดที่เข้าได้กับเลือดของนักไวโอลินเอกผู้นี้ทุกประการ ดังนั้นในคืนหนึ่งขณะที่ท่านหลับสนิท ทางสมาคมผู้รักดนตรีได้บุกเข้ามาในบ้านท่านและวางยาสลบท่าน ทาการเชื่อมต่อระบบไหลเวียนเลือดของท่านเข้ากับระบบไหลเวียนเลือดของนักไวโอลินเอก เมื่อท่านตื่นขึ้นมาพบความจริง ทางสมาคมผู้รักดนตรีขอร้องให้ท่านยอมผูกติดกับนักไวโอลินเอกผู้นี้นาน ๙ เดือน หลังจากนั้นท่านก็จะเป็นอิสระและนักไวโอลินเอกก็จะรอดชีวิตไปสร้างผลงานดนตรีต่อไป

Thomson ถามว่าท่านจะยินดีที่จะเชื่อมติดกับนักไวโอลินผู้นี้นาน ๙ เดือนเพื่อให้เขารอดชีวิตหรือไม่ถ้าท่านปฏิเสธและเขาต้องเสียชีวิตไป ถือว่าท่านทำผิดจริยธรรมหรือไม่ และนักไวโอลินผู้นี้มีสิทธิที่จะมาใช้ร่างกายของท่านหรือไม่ Thomson กล่าวว่าถ้าท่านตอบว่ายินดีที่จะยอมให้ใช้ร่างกายท่านนาน ๙ เดือน ท่านจะได้รับคาชื่นชมว่ามีจิตใจดีงามและกว้างขวาง แต่ถ้าท่านไม่ยินยอมก็ไม่ได้หมายความว่าท่านกระทำผิดจริยธรรมเพราะแท้จริงแล้วนักไวโอลินผู้นี้ไม่ได้มีสิทธิที่จะมาใช้ร่างกายของท่านตั้งแต่แรก”

อ่านแล้ว ก็อยากให้คิดว่า เรายังมีทางเลือกอื่นๆในการคิดในเรื่องนี้นะคะ

ไม่จำเป็นต้องคิดว่าเป็นความผิดบาป และลงโทษตัวเองอย่างหนัก

แม้ว่าเรื่องนั้น…. จะผ่านมานานนับสิบปีแล้วก็ตาม

………………………………………..

 

อ้างอิงจาก “ฟังท่านพุทธทาส พูดเรื่องการทำแท้ง”
โดย…ผศ.นพ.สัญญา ภัทราชัย
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

http://hpc5.anamai.moph.go.th/download/file_pdf/teenupcare/Putthatad.pdf

womenhelp.org ผู้หญิงจะช่วยกันเอง



10606398_1534427723467480_3312205781352264036_n

เว็บใหม่  womenhelp.org

พวกเขาคือเหล่าหญิงชาย ที่เข้าใจในปัญหาผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม

พวกเขาคิดว่า การยุติการตั้งครรภ์ หลังจากคิดรอบคอบแล้ว เป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่เป็นความผิด และ ไม่บาปด้วยซ้ำ

ในสายตาของพวกเขา

การปล่อยให้เด็กคนหนึ่งเกิดโดยไม่ผู้รับผิดชอบเลี้ยงดูดีเท่าที่ควรต่างหาก เป็นปัญหามากกว่า

พวกเขาจึงเปิดเว็บขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้หญิงสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ลุล่วง อย่างปลอดภัย

พวกเขาให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา ไม่ใช่ขายยาเพื่อเอากำไร

และพวกเขาฝากมาบอกว่า

ภูมิใจ

ที่ได้มีส่วนสนับสนุนทางเลือกของน้องๆผู้หญิงทุกคน

ถ้าเจอเรื่องนี้เข้าแล้ว

ลองเขียนเข้าไปทักทายพวกเขาดูค่ะ

http://www.womenhelp.org

info@womenhelp.org

https://www.facebook.com/womenhelpwomeninternational

หน้าเว็บนี้ไปเปิดแห่งใหม่แล้วนะคะ


น้องๆ ค่ะ

พี่ได้ไปเปิดเว็บใหม่แล้วค่ะ ที่ tamtanggroup.com นะคะ

ซึ่งพี่จะเขียนข้อมูลใหม่ๆ และตอบคำถามที่นั่นมากกว่าที่นี่ค่ะ

ถ้ายังไง เชิญชวนกันไปใช้พื้นที่ใหม่ๆ สำหรับพวกเรานะคะ

 

ชมพู่

ไม่เหมือนเดิมกับแฟนหลังทำแท้ง


การที่ผ่านเหตุการณ์ยากลำบากนี้ คือ การทำแท้ง บางคู่ก็หาทางที่จะพูดคุยกันเหมือนก่อนได้ยาก
เหตุเพราะต่างคนต่างรู้สึกผิด และ กลัว
กลัวว่ารักกันมากเหมือนเดิม จะยั้งใจไว้ไม่ได้ แล้วจะต้องมีอะไรกัน แล้วก็จะต้องท้องอีก
รู้สึกผิด เพราะรู้สึกว่าได้ทำบางอย่างที่ไม่ดีมากๆ ที่เป็นบาป แล้วก็รู้สึกอึดอัด ไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่รู้จะไถ่โทษตัวเองที่ไหน ก็เลยเครียด
เวลาเจอหน้ากันแล้วต่างคนก็ต่างเครียด เพราะจะคอยรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งเก่าอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถพูดคุย ปรึกษา ให้กำลังใจกันได้

พี่มีคำแนะนำดังนี้ค่ะ
1. อยากให้เข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย สามารถป้องกันการท้องได้
การมีความรัก และมีเพศสัมพันธ์ ไม่นำมาสู่การท้องเสมอไป ถ้าเราป้องกัน
ที่ผ่านมา เราอาจจะรู้น้อยเรื่องการป้องกัน บางรายใช้หลั่งนอก นับวัน ซึ่งมันมีโอกาสพลาดสูงมาก
เดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยีมากมาย ทั้งการใส่ถุงยาง กินยาคุม ถ้าต้องการให้ชัวร์มากขึ้นก็ใช้ฉีด ฝังยา หรือ ใส่ห่วงก็ได้ค่ะ ก็จะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นมาก

อย่ากลัวเทคโนโลยีแบบนี้ เดี๋ยวนี้วิทยาการไปไกลถึงผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดสมอง ผ่าตัดอวัยวะเพศให้ทำงานได้ และอื่นๆ ที่มหัศจรรย์อีกมากมาย
เทคโนโลยีการคุมกำเนิดเหล่านี้ก็ได้มาด้วยวิธีเดียวกัน คือ ผ่านการวิจัยมาอย่างเข้มข้น จนพบว่าใช้ได้
และจริงๆ มนุษย์เราค้นพบวิธีเหล่านี้มานานนักหนาแล้ว มันอยู่กับความรู้สึกของเราเอง ที่ไม่กล้าคิดจะปรึกษาหมอ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง
เลยใช้วิธีโบราณเป็นพันปีเช่นการหลั่งข้างนอก การนับวัน ซึ่งเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้รู้แล้วว่าไม่ได้ผล

ลองเลือกวิธีคุมกำเนิดที่ชัวร์ๆ ดูสักวิธีนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกปลอดภัย และผ่อนคลายขึ้นในระหว่างคุณสองคน

2. ความรู้สึกผิดบาป ในการทำแท้ง
หลายๆคู่รู้สึกว่าร่วมทำความผิดมาด้วยกัน ก็เลยเสียความรู้สึกต่อกันมาก ทั้งๆที่คนคนนี้ก็คือคนที่ใช่ เข้ากับเราได้ทกอย่าง เคยฝันว่าอยากมีอนาคตร่วมกัน
ทางออกที่ดีคือ การหันหน้าเข้าหากัน และพูดคุยเปิดอกเรื่องความรู้สึกระหว่างกัน เช่น ผู้ชายอาจจะรู้สึกผิดต่อผู้หญิงมาก รู้สึกทำให้ผู้หญิงเจ็บปวด หรือรู้สึกผิดที่ได้ทำบาป
ผู้หญิงก็อาจจะรู้สึกว่ายังรักผู้ชายเหมือนเดิม รู้สึกผิดที่ได้ทำไป แต่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ อยากเริ่มต้นใหม่
ทุกรั้งที่เรามีความรู้สึกแย่ๆ สิ่งที่ควรทำคือ จับมือกัน มองตากัน แล้วขอให้อีกฝ่ายรับฟังความรู้สึกของเรา และเล่าให้กันและกันฟังว่ารู้สึกอย่างไร
เมื่อเขาพูด ให้เราฟัง และ ขอให้เขาฟัง เวลาเราพูด พยายามอย่าตัดสิน ไม่ต้องแก้ตัว เพราะทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว เราเพียงต้องการให้สิ่งต่างๆ มันดีขึ้น
พยายามใส่ใจความรู้สึกอีกฝ่าย และเปิดใจคุยกัน

กระบวนการนี้อาจจะต้องใช้เวลานาน แต่ว่า .. ความรักระหว่างเรายังอยู่ที่นั่น และเมื่อเปิดใจฟังกัน ให้อภัยกัน ให้อภัยตัวเอง
เราอาจจะกลับมารักกัน และกอดกันได้สนิทใจเหมือนเดิม ….

ให้กำลังใจอย่างยิ่งนะคะ
ชมพู่