สังคมเปลี่ยน-กม.ทำแท้งควรเปลี่ยนด้วยหรือไม่


บทสัมภาษณ์ อ.กฤติ (รศ.ดร.กฤติยา อาชวนิจกุล)
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
จากนิตยสารสารคดี

ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่อนุญาตให้นำลงในเว็บนี้ได้ค่ะ

“ไม่อยากให้มองว่าเรื่องนี้มีสองด้าน คือคัดค้านและสนับสนุน เราสนับสนุนทางเลือกทุกทางและแสวงหากลุ่มคนที่คิดต่างกันมาทำงานร่วมกัน ถ้าเราทำอย่างนั้นได้ ก็จะเสริมพลังและทำงานอย่างมีพลังมากขึ้น แต่ที่เป็นอยู่ขณะนี้คือ เราสนับสนุนทางเลือกเขา แต่เขาไม่สนับสนุนทางเลือกเรา

“ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นที่ ๑ การที่ผู้หญิงตั้งท้อง สิ่งที่อยู่ในท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผู้หญิง ประเด็นที่ ๒ เราไม่เห็นด้วยกับการฆ่าตัวตาย แต่เราไม่มีกฎหมายว่า ถ้าใครฆ่าตัวตายแล้วไม่ตายต้องไปติดคุก เราฆ่าตัวตายกี่ครั้งก็ได้ ไปโรงพยาบาลให้หมอล้างท้องกี่ครั้งก็ได้ แต่ผู้หญิงที่ทำแท้ง เขาต้องการขจัดปัญหาของเขา โดยเอาส่วนหนึ่งของร่างกายที่เป็นปัญหาออกไป อย่างนี้แล้วกฎหมายอาญา เอาผิดกับความพยายามแก้ปัญหา และเอาผิดกับผู้หญิง

“แม้ทุกวันนี้กฎหมายเปิดช่องให้ทำแท้งได้ สำหรับกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่การตัดสินใจนั้นก็อยู่ในกำมือของคนไม่กี่คน แม้เจ้าของปัญหานั้น ตัดสินใจแล้วว่าจะทำ แต่ก็ไม่อาจบรรลุผล มันขึ้นอยู่กับความกรุณาปรานีของหมอเท่านั้น

“ตอนนี้แม้แต่กรณีที่เข้าเงื่อนไขของกฎหมาย สามารถทำแท้งได้ก็ยังทำแท้งไม่ได้ เพราะขั้นตอนที่จะไปสู่การทำแท้งตามที่กฎหมายอนุญาตมันยากมาก มีเคสหนึ่งเป็นมะเร็งที่กล่องเสียง สภาพร่างกายแย่มากแล้ว ผู้ป่วยต้องการฉายแสงรักษามะเร็ง แต่หมอไม่ทำให้เพราะเขากำลังท้อง ตัวผู้ป่วยเองไม่พร้อมที่จะเอาเด็กในท้องไว้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีชีวิตเลี้ยงลูกต่อไปได้นานแค่ไหน ยังจะลูกชายอายุ ๗ ขวบอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะให้ใครเลี้ยงหากเขาเป็นอะไรไป แต่หมอประชุมกันแล้วลงความเห็นว่า เป็นมะเร็งไม่เกี่ยวอะไรกับท้อง จึงไม่ทำแท้งให้

“กฎหมายมันประหลาดพิสดารมาก ถ้าผู้หญิงไปทำแท้งกับหมอเถื่อน แล้วหมอเถื่อนทำให้หญิงผู้นั้นตาย มีข้อพิพากษาของศาลฎีกาไทยบอกว่าไม่จับคนทำให้ตาย ผู้หญิงต่างหากที่ผิด เพราะยินยอมให้ทำ อาจารย์ทางกฎหมายท่านหนึ่งบอกว่า นี่คือการเอากฎหมายมาทำให้เกิดการฆ่าได้ คนที่แก้ปัญหาของเขาเองกลายเป็นอาชญากร กลายเป็นเหยื่อของตัวเอง

“รากฐานกฎหมายทำแท้ง เรารับมาจากกฎหมายเยอรมัน และกฎหมายอีกหลาย ๆ ฉบับจากฝรั่งเศส ซึ่งมีฐานความเชื่อมาจากศาสนาคริสต์โดยสมบูรณ์ แล้วร่างกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษก่อน จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาไทย และก็เอามาใช้อยู่ ๔๐ กว่าปี ในขณะที่กฎหมายเก่า ในกฎหมายตราสามดวงยังมีพื้นที่ที่จะให้ผู้หญิงแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ โดยอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมและวิธีคิดแบบไทย แต่เรากลับละเลยตรงนั้นไป

“เราเพิ่งไปเก็บข้อมูลในชุมชนมาสองชุมชน สัมภาษณ์ผู้หญิงอายุตั้งแต่ ๑๕-๖๐ ปี พบว่าเขาเห็นว่าการทำแท้งเป็นเรื่องปรกติ ผู้หญิงที่อายุสัก ๓๕ เป็นต้นไป เกือบทุกคนเคยมีประจำเดือนขาด ซึ่งก็ถือว่าท้อง แล้วเขาใช้วิธีขับเลือดด้วยวิธีต่าง ๆ มีวิธีจัดการง่าย ๆ แต่เขาไม่ได้มองว่านี่คือการทำแท้ง นี่เป็นวิถีปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงอยู่แล้ว

“แต่พอมีกฎหมายนี้ขึ้นมา สภาพที่เกิดขึ้นคือ มีสถานที่ทำแท้งผิดกฎหมายเต็มไปหมด ผู้หญิงที่เผชิญปัญหาก็ต้องเสี่ยงตายและเสียเงิน บางคนต้องเป็นหนี้เพราะแม้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ แต่ต้องมาใช้หนี้ในระยะยาวเพราะเสียเงินหลายหมื่นให้แก่กระบวนการนี้ นี่คือผลกระทบ แต่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นเรื่องที่ศึกษายากมาก เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสังคมไม่ยอมรับ

“นอกจากตัวผู้หญิงที่จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้โดยตรงแล้ว สังคมก็กระทบด้วย เพราะมันคือการสูญเสียทรัพยากรบุคคลส่วนหนึ่งไปกับเหตุการณ์นี้ ทางด้านครอบครัว ถ้าผู้หญิงไม่ตาย อนาคตที่เขาจะมีลูกคนต่อไป ลูกเขาจะเป็นอย่างไร เขาจะมีทัศนคติต่อลูกอย่างไร เพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นในจิตใจ่ใช่จะหายได้ง่าย ๆ มันส่งผลกระทบในระยะยาวและมากมายมหาศาล วัดไม่ได้

“รัฐเองก็ต้องสูญเสียงบประมาณไม่ใช่น้อย เพราะการที่ผู้หญิงไม่สามารถทำแท้งที่ปลอดภัยในสถานบริการของรัฐได้ ต้องไปทำแท้งในคลินิกเถื่อน พอเกิดภาวะแทรกซ้อนก็ต้องหอบหิ้วกันมาที่โรงพยาบาลของรัฐ รัฐก็ต้องสูญเสียงบประมาณในการรักษา ซึ่งมีการประมาณว่าเสียค่าใช้จ่ายอย่างต่ำ ๕,๐๐๐ บาทต่อราย กระทรวงสาธารณสุขประเมินว่าเราต้องเสียเงินไปในการนี้ปีละ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท

“เวลานี้ไม่ต้องพูดกันแล้วว่าทำไมต้องแก้ไขกฎหมายนี้ มันต้องตั้งคำถามว่าทำไมต้องมีกฎหมายนี้ แทนที่จะไปคิดว่าจะไปขยายเงื่อนไขยังไงดี ขยายไปอีก ๒๐ ข้อก็ยังไม่ครอบคลุม มันไม่เป็นเหตุเป็นผลในตัวมันเองอยู่แล้ว กฎหมายนี้ไม่เป็นธรรมอย่างแน่นอน เพราะไปเอาผิดกับคนที่พยายามแก้ไขปัญหาแก้ไขวิกฤตชีวิตของตัวเอง เราเอาผิดกับคนที่ไปขโมยของคนอื่น ปล้น ฆ่าคนอื่น รวมทั้งคนที่กำลังแก้ไขปัญหาชีวิตของตัวเองด้วย ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากทำแท้งหรอก ถ้าปัญหามันไม่ถึงที่สุดจริง ๆ

“เราเสนอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ไปเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์กับใครทั้งนั้น นอกจากคนกลุ่มเดียวคือคลินิกเถื่อน การที่ยังมีกฎหมายนี้ก็จะเอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มนี้ไปขูดรีดเงิน จากผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหา เรียกเงินเท่าไรก็ต้องยอมเสียอยู่แล้ว เสี่ยงชีวิตก็ต้องยอม

“การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งท้อง ที่ไม่พร้อมจะทำโดยการแก้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ทางเลือกของผู้หญิงที่มีปัญหาไม่ได้มีแค่การทำแท้งอย่างเดียว หลายคนไม่ได้อยากทำแท้ง อยากจะเก็บเด็กในท้องไว้ ก็ต้องมีช่องทาง เช่น เขายังเป็นนักเรียน ถ้าเก็บเด็กไว้ ถูกไล่ออก อนาคตทางการศึกษาดับวูบแน่นอน มันก็ต้องเปิดช่องทางนั้น คือต้องสามารถรักษาสภาพนักศึกษาได้ หรือถ้าอยู่ในบ้านไม่ได้ ถูกแรงกดดันจากสังคม ถูกซุบซิบนินทา ก็ต้องมีบ้านพักชั่วคราวให้ผู้หญิงไปพักระหว่างรอคลอด เมื่อคลอดแล้วไม่พร้อมที่จะเลี้ยงเอง ก็มีบริการหาครอบครัวบุญธรรม ที่พร้อมจะรับเด็ก เหมือนที่สหทัยมูลนิธิทำ คือน่าจะมีทางเลือกหลาย ๆ ทางที่สอดคล้องกับความต้องการ และกฎเกณฑ์บางอย่างก็ควรจะยกเลิก เช่น นักเรียนห้ามท้อง ให้ไล่ออก ขณะนี้เรามีระเบียบหลักการปฏิบัติหลายอย่าง ที่ละเมิดสิทธิของมนุษย์ เช่นในโรงงานหลายแห่งก่อนที่จะรับเข้าทำงาน จะมีการตรวจก่อนว่าคุณตั้งครรภ์ไหม ถ้าไม่ตั้งครรภ์ก็รับมาเป็นสาวโรงงาน และบอกไว้เลยว่าห้ามท้องภายในเวลาสองปีนับจากเข้าทำงาน กฎแบบนี้มันละเมิดสิทธิมนุษยชน มีโรงงานหลายแห่งที่ทำแบบนี้

“แต่ถ้าสังคมคิดว่าต้องมีกฎหมาย ก็ต้องมีกฎหมายทางบวก อย่างเช่นพระราชบัญญัติการให้ช่วยเหลือผู้หญิงตั้งท้องที่มีปัญหา ซึ่งตรงนี้ไม่ได้เป็นเรื่องการทำแท้งอย่างเดียว มันอาจจะครอบคลุมถึงการท้องนอกมดลูก การไม่สามารถท้องได้ เอาปัญหาการตั้งครรภ์และการคลอดของผู้หญิงหลาย ๆ ปัญหา รวมทั้งปัญหาการต้องการยุติการตั้งครรภ์ รวมไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่จะให้รัฐสร้างโครงสร้างต่าง ๆ ขึ้นมารองรับและให้บริการ ป้องกันไม่ให้ผู้หญิงต้องเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากปัญหาของเขาเอง และก็แก้ไขปัญหาของเขาได้ ถ้ากฎหมายออกมาถูกทางในลักษณะนี้ก็สมควรให้มี แต่สำหรับมาตรา ๓๐๑-๓๐๕ เราคิดว่าควรจะยกเลิก

“ถ้ายกเลิกกฎหมายแล้ว อัตราการทำแท้งและการสูญเสียเรื่องนี้จะลดลง จะทำให้คนเข้าถึงบริการคุมกำเนิดมากขึ้น เพราะเมื่อถูกกฎหมาย เราก็สามารถให้ความรู้คนได้กว้างขวางขึ้น คนจำนวนหนึ่งจะเลือกหนทางป้องกัน การทำแท้งจะลดลงโดยอัตโนมัติ เพราะคนจะมีความรู้ มีความเข้าใจมากขึ้น

“ประเทศที่การทำแท้งถูกกฎหมาย หลังจากที่ผู้หญิงตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะทำแท้ง เขาจะได้รับการปรึกษาก่อน เพื่อให้รู้ว่าเมื่อตัดสินใจแล้วจะไม่เสียใจภายหลัง หลังจากนั้นก็จะได้รับการบอกเล่าว่าจะต้องเจออะไรต่อไป จะเจ็บยังไง จะต้องกินยาอะไรบ้าง พอผ่านกระบวนการทำแท้งเสร็จจะมีการให้คำปรึกษาครั้งสุดท้าย คุยไปถึงเรื่องการคุมกำเนิดเพื่อไม่ให้เกิดการทำแท้งซ้ำ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดี เพราะจะรับประกันได้ระดับหนึ่งว่า คนที่ผ่านการทำแท้งไปในครั้งนี้จะมีความรู้ในเรื่องคุมกำเนิด และเข้าถึงการบริการได้มากขึ้น แต่การทำแท้งไม่ถูกกฎหมายนั้นจะไปให้คำปรึกษาก่อนหรือหลังไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าเราสามารถพูดเรื่องนี้ได้อย่างเปิดเผยจะทำให้ปัญหานี้ลดลง ขณะเดียวกันแผนการที่จะป้องกันในด้านอื่นก็จะเป็นจริงมากขึ้น

“สิ่งที่เราเรียกร้องคือการทำแท้งที่ปลอดภัย ไม่ใช่ทำแท้งเสรี กฎหมายที่เป็นอยู่มันไม่เป็นจริง ไม่เป็นธรรม หมอที่ทำงานด้านนี้ก็เห็นว่า คนที่มารับบริการไม่ใช่ผู้หญิงใจแตก แต่มีปัญหาจริง ๆ สิ่งที่เราต้องการคือไม่ให้คนตายหรือบาดเจ็บจากการทำแท้ง ไม่ติดเชื้อ ทำแท้งได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันก็มีการป้องกันในครั้งต่อไป และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนอื่น ๆ แต่ถ้าเรายังไม่เปิดช่องตรงนี้ไว้ ก็ไม่สามารถไปแก้ปัญหาตรงนี้ได้

“ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมักจะบอกว่านี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มองว่าเป็นเรื่องที่ขัดศีลธรรม ทำให้กลับไปยังจุดเดิม ประเด็นเรื่องความเชื่อ บุญบาป เรื่องศาสนา เป็นคนละเรื่องกับเรื่องสุขภาพผู้หญิง ศาสนาเป็นสิ่งที่แต่ละบุคคลเลื่อมใสศรัทธา เราเห็นด้วยกับตรงนั้น แต่มันมีผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของผู้หญิงกลุ่มนี้เช่นกัน นี่คือฐานของเรา เราไม่ได้ขัดแย้งกับเรื่องศาสนาใด ๆ ทั้งสิ้น

“เรื่องทำแท้ง คนจะแสดงความคิดเห็นไปตามความรู้สึก และทัศนคติของตัวเอง ต่อเมื่อได้เผชิญเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเอง หรือเป็นปัญหาของคนใกล้ตัว จึงจะเข้าใจมากขึ้นว่าปัญหามันซับซ้อนยังไง”

Advertisements

3 thoughts on “สังคมเปลี่ยน-กม.ทำแท้งควรเปลี่ยนด้วยหรือไม่

  1. พี่ค้ะ คือตอนนี้หนูไม่รุจะเอาไงจริงๆ หนูมีอะไรกับแฟนแต่ไม่ได้ไส่ถุงยางไม่ได้กินยาคะมฉุกเฉนเพราะแฟนมันบอกว่าไม่แตก แต่ผ่านมาแล้ว24วันหนูมีอาการเหมือนคนท้องเลยท้องมันแข็งและใหย่ออกมา และมีอาการปวดหัว มึนหัว อยากจะอ้วกบ่อยมาก รุสึกอึดอัดมากหนูลองตรวจมาแล้วสามครั้งครั้งที่สามพุึ่งตรวจไปวันที่1มิถุนานี้เองแต่มันก้อขึ้นแค่ขีดเดียว มันใกล้จะเดือนหนึ่งแล้วหนูไม่รุจะทำยังไงแล้วจิงๆหนูไม่พร้องจิงๆท่าพ่อแม่รุ้เค้าต้องฆ่าหนูแน่ๆและคงเสียใจ หนูต้องทำยังไงค่ะพี่ 😥

    • ตอนนี้คงทำได้อย่างเดียวคือ รอตรวจนะคะ เมนส์ขาดแล้วจึงจะตรวจได้ผลที่ถูกต้องค่ะ
      เข้าใจความรู้สึกของน้องนะคะ แต่ตอนนี้ทำได้แค่นี้จริงๆ ค่ะ

    • บอกว่าไม่แตก ก็ไว้ใจไม่ได้ค่ะ เพราะอสุจิจะออกมาแล้วตั้งแต่ก่อนเราเสร็จนะคะ จะทำให้ท้องได้ค่ะ

เขียนความเห็นที่นี่

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s